ประวัติ

ชื่อ : เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า (Eduardo Camavinga)

วัน / เดือน / ปีเกิด : 10 พฤศจิกายน 2002  ( 20 ปี )

สถานที่เกิด : คาบินดา , แองโกล่า

ส่วนสูง : 182 ซม.

ตำแหน่ง : กองกลาง

เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า ได้กลายเป็นนักเตะดาวรุ่งที่ถูกจัดให้มีมูลค่าสูงติดอันดับของโลกในขณะนี้จากการจัดอันดับของเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง “Transfermarkt” ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยเมื่อมีการพิจารณาจากฝีเท้าและคุณภาพการฟอร์มการเล่นที่เกินอายุของเขา คามาวิงก้าจึงกลายเป็นสมบัติที่ล้ำค่าชองทีมชาติฝรั่งเศส ต้องจัดการเรียกคามาวิงก้าขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ทันทีแม้ว่าจะอายุเพียงแค่ 18 ปี เท่านั้น

เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า เกิดในอยู่ค่ายผู้ลี้ภัยที่ประเทศแองโกล่า มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน คามาวิงก้าเคยอยู่ที่ นอร์เวย์ 1 ปี ก่อนที่พ่อกับแม่ของคามาวิงก้าจะพากันย้ายมาที่ประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่คามาวิงก้าอายุแค่ 2 ขวบ, เอดูอาร์โด้  คามาวิงก้า เป็นคนที่ชื่นชอบด้านการเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กๆ โดยก่อนที่คามาวิงก้าจะมีความสนใจในฟุตบอลนั้นคามาวิงก้าเคยเล่นยูโดมาก่อน โดยพ่อพาคามาวิงก้าไปฝึกกับสโมสรในท้องถิ่น

ในปี 2013 ความโชคร้ายก็มาเยือนคามาวิงก้าเมื่อบ้านที่คามาวิงก้าอาศัยอยู่ได้เกิดไฟไหม้ทำลายทรัพย์สินของครอบครัวไปอย่างมากมาย และตามข้อมูลมีการระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า มีเติบโตทางด้านความคิดมากขึ้นและเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้คามาวิงก้ามุ่งมั่นสู่เส้นทางนักเตะอาชีพ

เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า ก้าวเข้าสู่ทีมเยาวชนของสโมสรแรนส์ (สโมสรฟุตบอลสตาดแรแน หรือ สตาดแรแน หรือ แรน เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพตั้งอยู่ที่เมืองแรน ประเทศฝรั่งเศส) ตั้งแต่อายุ 11 ปี และพัฒนาฝีเท้าขัดเกลาจนกระทั่งได้เซ็นสัญญาเข้าชุดใหญ่เมื่ออายุเพียงแค่ 16 ปี เท่านั้น และทำให้คามาวิงก้ากลายเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมเลยทีเดียว นี้เป็นการบ่งบอกชัดเจนว่าฝีเท้าของคามาวิงก้านั้นไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

จากนั้นกราฟชีวิตของ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า ก็พุ่งทยานสูงขึ้นเรื่อยๆ วันเสาร์ที่ 6 เมษายน  ปี 2019 เขาได้รับโอกาสให้ลงเตะให้กับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในศึก ลีก เอิง เกมนี้เสมอกับสโมสรกีฬาอองเช่ร์ 3-3 และได้ทำสถิติเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ลงสนามให้ทีมชุดใหญ่ของสโมสรแรนส์ อีกด้วย โดยตอนนั้นคามาวิงก้ามีอายุเพียงแค่ 16 ปี 4 เดือนเท่านั้น และความยอดเยี่ยมของคามาวิงก้ายังไม่หยุดแค่นี้ในซีซั่นปี 2019/20 ช่วงต้นฤดูกาล (18 สิงหาคม 2019) คามาวิงก้าได้โชว์ฟอร์มเทพได้ในเกมที่สโมสรแรนส์ เปิดบ้านเชือดแชมป์เก่าและยักษ์ใหญ่ประจำลีกอย่างสโมสรแอสเช ไป 2-1 โดยเกมดังกล่าว คามาวิงก้าทำสโมสรแอสซิสต์ได้อีกด้วย และจากฟอร์มที่เจิดจรัสนี้ทำให้ทั่วยุโรป มีผู้คนรู้จักเด็กหนุ่มจากค่ายลี้ภัยที่แองโกล่ารายนี้เพิ่มมากขึ้น จากนั้นในวันที่ 15 ธันวาคม ปี 2019 เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า ระเบิดสกอร์แรกให้กับสโมสรแรนส์ได้สำเร็จ ในบุกไปเชือดทีมดังอย่าง สโมสรลียง 1-0 ได้อีกด้วย

เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า เขาได้รับสัญชาติฝรั่งเศส ในวัน อังคารที่ 5 พฤศจิกายน 2019 และในวัน จันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2019 คามาวิงก้าก็สามารถติดธง “ตราไก่” (ทีมชาติ ฝรั่งเศส)ได้  ในชุดยู-21 ทันที โดยมาแทนที่ มัตเตโอ เกนดูซี (เป็นนักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส ) ที่ถูกดันขึ้นชุดใหญ่ ไม่นานหลังจากนั้น ในวันที่ 27 สิงหาคม 2020 เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า ก็ถูกเลื่อนขึ้นทีมชุดใหญ่ของทีมฝรั่งเศสทันที โดยมาแทนที่ ปอล ป็อกบา (เป็นนักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส) ที่ติดโควิด-19 ไม่สามารถลงสนามได้ และการติดทัพ “ตราไก่” ชุดใหญ่ของ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า นี้ทำให้คามาวิงก้ากลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ โดยก่อนหน้านี้เป็นของ เรอเน เชราร์ด ในปี 1932 ซึ่งเขามีอายุที่ 17 ปี 9 เดือน 17 วัน

จากนั้นในวันที่ 8 กันยายน คามาวิงก้าเปิดตัวในเกมที่ทีมฝรั่งเศส ชนะทีมโครเอเชีย 4–2 ในยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก โดยลงสนามมาแทนที่เอ็นโกโล ก็องเต้ (เป็นนักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส) ในช่วงครึ่งหลังของเกม ทำให้คามาวิงก้ากลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่เล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศส นับตั้งแต่ มอริซ กาสติเกอร์ ในปี 1914 เลยทีเดียว

ด้วยสไตล์การเล่นของคามาวิงก้า ที่แข็งแกร่งแบบแอฟริกัน บวกกับได้อัพเกรดการอ่านเกมที่เฉียบแหลมในสไตล์ฟุตบอลยุโรปทำให้ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า นั้นมีครบทุกด้านทั้งบู๊และบุ๋น แถมยังมีทีดีในการวางแผนบอลยาวอีกด้วย ทำให้ คามาวิงก้า กลายเป็นสุดยอดนักเตะกองกลางที่ได้รับความสนใจจากหลายทีมในยุโรปที่อยากได้ตัวไปปลุกปั้นต่อ และเชื่อว่า เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า จะก้าวขึ้นมาโด่งดังได้เหมือนกันรุ่นพี่จากสโมสรแรนส์อย่าง ซิลแว็ง วิลตอร์, โยอัน กูร์กกุฟฟ์, อับดุลลาย ดูคูเร่ และ อุสมาน เดมเบเล่ ได้อย่างแน่นอน