tenthbit.com

แนะนำเกมคาสิโนออนไลน์ ใหม่มาแรง

“ไอ้รถถังปากน้ำโพ” เสนาะ โล่งสว่าง นักเตะที่สู้ชีวิตจนได้ดี

หากพูดถึงนักเตะที่สู้ชีวิตในระดับตัวพ่ออีกคน ชีวิตของเขาที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ซึ่งนั่นก็หมายถึง นิยามการใช้ชีวิตของอดีตนักเตะทีมชาติไทย ที่ต้องใช้ลำแข้งของตัวเองเพื่อที่จะต่อสู้ในชีวิตจนได้ดิบได้ดี สำหรับอดีตนักเตะทีมชาติไทยที่ชื่อ “เหนาะ” เสนาะ โล่งสว่าง ที่มีชีวิตในวัยเด็กจัดอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าแร้นแค้นมากเลยทีเดียว ถึงขั้นที่เรียกได้ว่าชีวิตไม่ได้มีความสุขสบาย เหมือนกับเพื่อนในวัยเดียวกัน โดยวัยเด็ก เสนาะ โล่งสว่าง ได้เคยทำงานถีบสามล้อรับจ้าง ที่จังหวัดนครสวรรค์ และเขาก็ได้คนที่ต่อสู้ชีวิตจนได้ดี และสามารถก้าวไปเป็นนักเตะทีมชาติไทย มีธงไตรรงค์ติดอยู่บนหน้าอกเสื้อ และเรื่องนี้ได้นำมาซึ่งความภาคภูมิใจให้กับเขาและครอบครัวเป็นอย่างมาก

เสนาะ โล่งสว่าง คุณแม่ของเขาได้เป็นแม่ค้าขายขนมหวาน โดยเขานั้นได้มีพื้นเพเป็นชาวปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ในช่วงวัยเด็กของ เสนาะ โล่งสว่าง นักเตะเจ้าของฉายา “ไอ้รถถังปากน้ำโพ” ซึ่งฉายานี้เขาได้มาตามบุคลิกของเขาเองที่ได้เป็นคนรูปร่างหนาออกไปทางบึกบึน มีน่องโป่ง ถึงแม้ว่าเขาจะเกิดมาเป็นลูกคนเล็กของครอบครัว แต่ก็ไม่ได้จะหมายความว่าการเป็นน้องเล็กจะสุขสบาย กลับตรงกันข้ามเขาต้องดิ้นรนเพื่อเลี้ยงตัวเองและเลี้ยงครอบครัวด้วยการรับจ้างถีบสามล้อปั่น

งานรับจ้างถีบสามล้อ ถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่หนัก แต่ก็เป็นงานที่เขามีความเต็มใจ และมีความต้องการที่จะทำเพราะถ้าหากว่าเขาไม่ทำงานชีวิตก็คงจะลำบากเพราะว่าฐานะทางครอบครัวของเขาค่อนข้างยากจน เสนาะ โล่งสว่าง ต้องรับจ้างปั่นสามล้อถีบเพื่อเลี้ยงตัวเองและเลี้ยงครอบครัว โดยทำให้เขามีความจำเป็นที่จะต้องหยุดเรียนหนังสือเป็นระยะเวลาถึง 2 ปีเต็ม ๆ หลังจากที่เขาได้เรียนจบในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อที่เขาจะได้เอาเวลาในช่วงดังกล่าวไปรับจ้างปั่นสามล้อถีบ

ด้วยความมีความเด่นทางด้านลูกหนังทำให้เขาได้รับการสนับสนุนจาก “บิ๊กอู๊ด”  ภิญโญ นิโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จ.นครสวรรค์ ผู้ก่อตั้ง สโมสรถาวรฟาร์ม ที่ปั้นนักเตะฝีเท้าดีประดับทีมชาติไทยมากมาย

เสนาะ โล่งสว่าง ได้จบการศึกษาจาก โรงเรียนจิรประวัติวิทยาคม จังหวัด นครสวรรค์ เสนาะ โล่งสว่าง ได้เล่นกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยความที่เขาได้มีความโดดเด่นทางด้านกีฬาลูกหนัง จึงทำให้เขาได้รับโอกาสที่ดีจาก “บิ๊กอู๊ด”  ภิญโญ นิโรจน์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ ผู้ก่อตั้งสโมสรถาวรฟาร์มให้การสนับสนุน ซึ่ง “บิ๊กอู๊ด” ภิญโญ นิโรจน์ ได้เป็นผู้ปลุกปั้นนักเตะฝีเท้าดีเพื่อมาประดับวงการลูกหนังไทย และทีมชาติไทยมาแล้วมากมาย และเสนาะ โล่งสว่าง ก็ได้เริ่มเล่นกีฬาฟุตบอลอย่างจริงจังให้กับทางสโมสรถาวรฟาร์ม ในการแข่งขันฟุตบอลรายการต่าง ๆ ตั้งแต่ที่เขาอายุได้เพียง 16 ปี ร่วมลงสนามแข่งขันไล่ไปตั้งแต่ ถ้วย ง. , ถ้วย ค. และถ้วย ก. และยังเคยได้รับรางวัลแชมป์ ไทยแลนด์คัพ กับ จังหวัดนครสวรรค์ มาอีกด้วย จากนั้น เสนาะ โล่งสว่าง อดีตนักเตะตำแหน่งกองกลาง ทีมชาติไทย รายนี้ ก็ได้เข้ามายังเมืองกรุงเพื่อมาเล่นฟุตบอลให้กับสโมสรทหารบก ในการแข่งขันรายการ เซมิโปรลีก โดยในการแข่งขันครั้งนั้น เขาได้รางวัลแชมป์ในรายการนี้มาครองร่วมกับทีม “ตรากงจักร” ที่ในปัจจุบันนี้ เหลือเพียงชื่อไปเสียแล้ว

ในขณะที่ เสนาะ โล่งสว่าง เล่นฟุตบอลให้กับทีมสโมสรถาวรฟาร์ม ฟอร์มการเล่นและผลงานต่าง ๆ ได้เข้าตาทางโค้ช ชาญวิทย์ ผลชีวิน จึงทำให้ เสนาะ โล่งสว่าง ถูกดึงตัวไปเล่นฟุตบอลให้กับทางทีม “แบงก์รวงข้าว” สโมสรฟุตบอลธนาคารกสิกรไทย เสนาะ โล่งสว่าง ประสบความสำเร็จ กับ สโมสรฟุตบอลธนาคารกสิกรไทย ในยุคที่เรียกว่ารุ่งเรือง ทั้งการแข่งขันเอเชี่ยนคลับ และ แอฟโรเอเชีย คัพ ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างชื่อเสียงให้กับ ทีม “แบงก์รวงข้าว” สโมสรฟุตบอลธนาคารกสิกรไทย แล้ว หลังจากที่ สโมสรฟุตบอลธนาคารกสิกรไทย ได้ปิดตำนานและยุบสโมสรไป เสนาะ โล่งสว่าง ก็ได้ไปเล่นให้กับ สโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในรายการชิงแชมป์ ถ้วย ข. จากนั้นเขาก็ได้ไปเล่น ทีมชัยนาทฯ , ทีมสุโขทัย , ทีมนครสวรรค์ โดยทีมสุดท้ายที่ เสนาะ โล่งสว่าง ได้รับบทบาทในการค้าแข้งก็คือ ทีมปากน้ำโพฯ ตอนอายุ 40 ปี